ปิดเทอมทั้งที ทำไมยังยมนะ?

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2567 เวลา 19:15 • ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

 

หลายคนอาจเฝ้ารอช่วงเวลาปิดเทอม ที่จะได้นอนดึกดูซีรีส์แบบฉ่ำ ตื่นสายได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องโครงงาน 

แต่รู้ไหมว่ายังมีเพื่อนวัยเรียนจำนวนไม่น้อยเลย ที่เจออาการยมเข้าอย่างจัง

.

จากเย้ 😄✨ เป็นแย่ 😔💧

ปิดเทอมไม่ได้มีแต่ความสุขเสมอไปหรอกนะ เพราะอาการ “เปงท้อ เปงเศร้า” ไม่สดชื่น รู้สึกไม่อยากทำอะไร นอนจมเตียง เกิดได้กับทุกคน และเกิดจากหลากหลายสาเหตุ เช่น

     - บรรยากาศเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะได้เจอเพื่อนสนิททุกวัน ได้ใช้เวลากินข้าวกับเพื่อน เม้าส์มอยได้บ่อยตามที่ต้องการ เวลาเจอเรื่องดีเรื่องร้ายอะไรก็มีเพื่อนคอยรับฟังและดันหลัง พอปิดเทอมปุ๊บกลายเป็นต่างคนต่างแยกย้ายไปใช้เวลาส่วนตัวของตัวเอง เลยทำได้แค่การสื่อสารผ่านโซเชียลเท่านั้น

     - การเปรียบเทียบตัวเองกับข้อมูลในโซเชียลมีเดีย ช่วงเวลาปิดเทอมอาจทำให้เราเผลอใช้เวลากับโซเชียลมีเดียนานมากกว่าช่วงเปิดเทอม ฟีดข้อมูลมากมายที่ทั้งดูดีและน่าดึงดูด อินฟลูฯ อวดที่เที่ยว คนดังรีวิวคาเฟ่เปิดใหม่ เพื่อนโพสต์รูปไปคอน ฯลฯ ในขณะที่เราไม่มีแพลนไปไหน หรืออยากมีบ้างแต่งบจำกัด เลยทำได้แค่นั่งไถฟีดแบบอึนๆ

     - ความกังวลถึงอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการเรียน ที่บางคนอาจรู้สึกว่าเงยหน้ามองปฏิทินแล้วก็ท้อ มีปิดเทอมแต่เหมือนไม่ได้ปิดจริง เพราะอีกไม่นานก็จะต้องสอบ หรือเลื่อนชั้นในระดับที่สูงขึ้นซึ่งจะตามมาด้วยความเครียดความกดดันมากมาย ยิ่งคิดยิ่งปวดใจ

     - สภาพอากาศย่ำแย่ ทั้งไอแดด ฝุ่นควัน มลพิษต่างๆ ใครมันจะไปสดใสไหวกัน ปัดโธ่!

     - บ้านสำหรับบางคนอาจไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย หรือไม่ได้เป็นที่ที่รู้สึกสบายใจเท่าโรงเรียน จึงไม่แปลกที่การใช้ชีวิตในแต่ละวันจะดูดพลังจนเราอยากนอนจมเตียงต่อ หมดแรงทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไร 

.

ฮาวทูรับมือความยม

พี่ๆ a-chieve ขอมาแชร์แนวทางสำหรับคนที่อยากบูสต์เอเนอจี้ให้ตัวเองสดใสมีพลังขึ้น ลองเอาไปปรับใช้กันดูได้จ้า 

1. สร้างความต่อเนื่องให้ตัวเอง การมีตารางกิจวัตรประจำวัน จะช่วยให้เรารักษาระดับพลังงานและเท่าทันสภาพอารมณ์ได้ เมื่อเรารู้ว่ามีอะไรที่เราจะต้องทำบ้าง จะลดช่วงเวลาการคิดฟุ้งซ่านได้ สิ่งสำคัญคือขอให้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกโอเคที่จะทำด้วยนะ เช่น ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นได้ทุกวัน, ออกกำลังกายวันละ 30 นาที, ออมเงินให้ได้วันละอย่างน้อย 40 บาท เป็นต้น

2. กำหนดเป้าหมายเล็กๆ ให้ตัวเอง เพื่อสร้างความตื่นเต้น ตื่นตัว และความรู้สึกได้เฝ้ารอ เช่น ตั้งใจว่าจะทำกิจกรรมอาสาสมัครอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง (จะได้เจอเพื่อนใหม่ บรรยากาศใหม่ที่ไม่คุ้นเคยบ้าง), ทำชาเลนจ์ ”งดขนม งดน้ำตาล 7 วัน!“ (ชานมไข่มุกจ๋า อีกเดี๋ยวค่อยเจอกันนะ), สมัครเรียนคอร์สออนไลน์ในหัวข้อแปลกใหม่บ้าง (เปลี่ยนบรรยากาศจากการติวหนังสือในวิชาที่รู้จักอยู่แล้ว) ฯลฯ

3. เอาความกังวลเรื่องอนาคตและการเรียนต่อมาเป็นพลัง ทำแผนพัฒนาตัวเองอย่างเป็นกิจลักษณะ อาจเริ่มจากการรีวิวสถานการณ์ตอนนี้ และลงมือออกแบบแนวทางสำหรับอนาคตอันใกล้และไกล ตัวช่วยที่อยากแนะนำ ได้แก่
    - Checklist รู้อะไรไม่สู้รู้งี้ ลิสต์ 9 เรื่องควรรู้ ก่อนวางแผนเรียนต่อ https://a-chieve.org/content/know-your-self/know-your-self-content-28

     - เครื่องมือช่วยรู้จักตัวเองแบบรอบด้านและออกแบบเส้นทางอนาคตที่เป็นไปได้จริง https://a-chieve.org/doll-activity/map

     - แบบสำรวจอารมณ์ เช็กเฉดสีในใจตอนนี้ได้ฟรีที่ https://a-chieve.org/emotion-survey

4. สื่อสาร ขอความช่วยเหลือ ระหว่างที่พยายามดูแลตัวเอง ก็สามารถส่งข่าวบอกเพื่อนสนิทหรือพูดคุยกับคนในครอบครัวได้นะว่าเรากำลังรู้สึกอึนหรือซึมอยู่ เผื่อว่าใครมีไอเดียจะทำกิจกรรมหรือไปเที่ยวที่ไหน เขาจะได้ไม่ลืมมาชวนหรือแนะนำเราให้ทำด้วยกัน

.

.

ต้องยอมรับว่า อาการยมของแต่ละคน มีความเข้มข้นแตกต่างกัน พี่ๆ a-chieve ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยนะ! 

สำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจว่าจะรับมือความยมไหวไหม หรือคิดว่าอยากหาคนรับฟังที่พร้อมเข้าใจ มาใช้ห้อง Study with me ฟังเพลงไปด้วยกัน หรือมาเม้าท์มอยกับพี่ๆ และเพื่อนคนอื่นๆได้ในดิสคอร์ดเลยที่ https://discord.gg/mcyxarNZhK

.

และสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองอาจจะมีอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคหรือภาวะทางร่างกาย ก็จำเป็นต้องปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ลองศึกษาเพิ่มได้ที่ “ไปหาจิตแพทย์ครั้งแรก… คุยอะไรดีนะ?” https://a-chieve.org/content/heal-your-heart/heal-your-heart-content-39



avatar-นักออกแบบภาพ
สาธิดา ราหุละ นักออกแบบภาพ

ทาสแมวที่วาดรูปได้นิดหน่อย รื่นรมย์กับคราฟต์เบียร์ การเดินทาง และศิลปะ

Tag :