“เศร้าจนสุขไม่ไหว” วาเลนไทน์อาจเป็นวันที่ใครหลายคนอาจตั้งตารอด้วยใจจดจ่อ มีความสุขหัวใจพองฟู ในขณะที่ตัวเราใช้ชีวิตผ่านมาแบบมึนๆ อึนๆ คิดว่าไม่น่าจะเป็นความเบื่อหน่าย แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมมันเศร้าและรู้สึกดิ่งขนาดนี้ 🥹🥹
.
จะผิดมากไหม ถ้าเราเกลียดวันแห่งความรัก?
วันวาเลนไทน์ไม่จำเป็นต้องมีแต่ความสุขเสมอไปนะ ไม่ว่าสเตตัสของเราจะโสด มีคนคุย หรือกำลังอินเลิฟ ก็อาจเผชิญกับภาวะ Valentine’s Day Blues หรือความรู้สึกเศร้าในวันวาเลนไทน์ ได้ทั้งนั้น
พี่ๆ a-chieve ขอชวนน้องๆ มารู้จักภาวะ Valentine’s Day Blues และวิธีรับมือเมื่อความรู้สึกเศร้าในวันวาเลนไทน์มาเคาะประตูหัวใจ เข้าอาการนี้มันเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเราจะรับมืออย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ!
.
Valentine’s Day Blues คืออะไร?
Valentine’s Day Blues เป็นสภาวะที่เรารู้สึกเศร้า กังวล เหงา หรือรู้สึกโดดเดี่ยวในวันวาเลนไทน์ บางคนอาจรู้สึกอยากปลีกตัวออกจากผู้คน อยากเก็บตัว ไม่อยากออกไปไหน รวมถึงมีสภาวะอารมณ์อื่นๆ เช่น สับสน โกรธ ไม่พอใจ ฯลฯ และทำให้เราอยากให้วันแห่งความรักนี้ผ่านๆ ไปสักที
.
แล้ว Valentine’s Day Blues เกิดจากอะไร?
มีสาเหตุมากมายที่ทำให้เรารู้สึกไม่มีความสุขในวันวาเลนไทน์ เช่น
1. ความทรงจำจากในอดีต
น้องๆ บางคนอาจมีความทรงจำทั้งดีและไม่ดีที่เชื่อมโยงกับวาเลนไทน์ในอดีต และส่งผลให้รู้สึกเศร้าในปัจจุบันได้ เช่น เคยซื้อดอกไม้ให้แฟนที่เพิ่งเลิกกันในวันวาเลนไทน์ปีที่แล้ว ทำให้ปีนี้รู้สึกเศร้ากับความทรงจำนั้น
.
2. ความรู้สึกแตกต่างจากคนรอบตัว
เห็นเพื่อนๆ ถือดอกไม้ในโรงเรียน เห็นคนรู้จักโพสต์รูปกินข้าวกับคนรักในโซเชียลมีเดีย อยากชวนใครไปเที่ยวก็มีนัดกับแฟนกันหมด เราอาจเห็นคนรอบตัวมากมายที่ใช้เวลาในวันนี้อยู่กับคนรัก จนทำให้กลับมาเปรียบเทียบกับตัวเองที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ในรูปแบบคนรัก จนรู้สึกเศร้า เหงา และอาจคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ
.
3. ความกังวลด้านการเงิน
เพราะวาเลนไทน์มักมากับภาพของการให้ของขวัญกับคนรัก ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ของขวัญ หรือการชวนกันไปเที่ยว ซึ่งมักเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดความเครียด ความกังวลต่อค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
.
4. ต้องรับมือกับความคาดหวัง
หลายคนมีภาพว่าวันวาเลนไทน์จะต้องพิเศษกว่าวันอื่นๆ ทำให้เราคาดหวังกับคนรักของเราว่าจะทำตัวแตกต่างไปจากวันเดิมๆ หรือมีของขวัญพิเศษ กิจกรรมพิเศษให้ในโอกาสนี้ แต่เมื่อไม่เป็นไปตามคาดหวังก็ทำให้เรารู้สึกผิดหวังและเศร้าได้ ในขณะเดียวกันน้องๆ บางคนอาจรู้สึกเครียด หรือกดดันที่ต้องพยายามทำให้อีกฝ่ายรู้สึกพิเศษในวันนี้
.
วิธีการรับมือกับ Valentine’s Day Blues
1. มอบความรักให้ตัวเอง
ความรักที่ดีที่สุดเริ่มต้นที่การรักตัวเอง ที่ผ่านมาเราอาจละเลยการดูแลตัวเอง อยากให้ลองใช้วันพิเศษนี้บอกรักตัวเองด้วยการทำสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ให้ตัวเอง เช่น ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ ทำกิจกรรมที่ชอบ ซื้อของขวัญให้ตัวเอง หรือจะนอนพักผ่อนบนเตียงนุ่มๆ ให้เต็มที่ หรือใช้เป็นวันแรกของการตั้งเป้าหมายเพื่อเริ่มต้นดูแลตัวเองก็ได้ เมื่อเรารักตัวเองเพียงพอเราก็จะมอบความรักที่ดีให้คนอื่นได้เช่นกัน
.
2. ใช้เวลาไปกับคนรอบตัวที่เรารัก
วันแห่งความรักไม่ได้จำกัดความรักอยู่แค่ความสัมพันธ์แบบคู่รักเท่านั้น เราสามารถแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความรักให้กับเพื่อนๆ ครอบครัว หรือสัตว์เลี้ยงที่เรารักได้ ลองมองหากิจกรรมที่จะทำให้เรารู้สึกสบายใจในวันวาเลนไทน์ เช่น กินข้าวกับครอบครัว ไปดูหนังกับเพื่อนสนิท ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามองเห็นความรักที่อยู่มากมายรอบตัวเราที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สถานะ “คนคุย” หรือ “แฟน”
.
3. พักเบรกจากโซเชียลมีเดีย
โซเชียลมีเดียช่วงนี้มักเต็มไปด้วยภาพแห่งความสุขสมหวัง เช่น การมอบของขวัญราคาแพงให้กัน การไปรับประทานอาหารในสถานที่หรูหรา จนทำให้เราเผลอเปรียบเทียบกับตัวเองหรือคนรักโดยไม่รู้ตัว ลองพักเบรกจากโซเชียลมีเดียแล้วมาโฟกัสกับความรักที่รออยู่ข้างหน้า ใช้เวลาในวันแห่งความรักนี้ให้กับตัวเองและคนที่เรารักอย่างมีคุณภาพ น้องๆ อาจได้พบความสุขในรูปแบบใหม่ที่ไม่มีหน้าจอเข้ามาสร้างระยะห่างระหว่างเรากับคนที่เรารักก็ได้นะ
.
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของภาวะ Valentine’s Day Blues และวิธีรับมือกับความรู้สึกเศร้า เหงาหรือกังวลที่เกิดขึ้นในวันแห่งความรักค่ะ
ไม่เป็นไรเลยถ้าเราจะไม่ได้รู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษหรือ รู้สึกเฉยๆ กับวันนี้ เราสามารถกำหนดวันไหนก็ได้ในปฏิทินให้เป็นวันพิเศษเป็นของเราเอง และถ้าเราสามารถรักตัวเองได้ ทุกๆ วันก็จะกลายเป็นวันแห่งความรักสำหรับเรานะ 🙂🙂


