“เอาจริงๆ ตอนนี้ก็ไม่ไหวแล้วว่ะ”
แค่เรื่องเรียนก็เครียดหนักแล้ว ไหนจะต้องทำงานส่งครู ต้องปรับตัวเข้าหาเพื่อน ต้องเก็บพอร์ต ต้องทำเกรด ต้องวางแผนอนาคต ต้องรับแรงกดดันจากที่บ้าน และอีกมากมายที่ต้อง-ต้อง-ต้อง!!! 😠💢
.
จะบอกว่าชีวิตมันยากจริงๆ แหละ วันนี้ a-chieve เลยขอมาแชร์ไอเดียสำหรับคนที่อยากจัดการมวลความรู้สึกมากมาย แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง
ใครลองเอาไปทำแล้วได้ผลยังไงอย่าลืมมาบอกกันด้วยนะ
1. ดื่มน้ำ
จะดื่มน้ำเย็นเจี๊ยบให้ชื่นใจและสร้างความสดชื่นก็ได้ หรือจะเป็นดื่มน้ำอุ่นก็ให้ผลดีในด้านการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการสมองล้า สร้างความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้
2. ลุกขึ้นยืนแล้วสะบัดร่างกาย
เวลาที่คนเรามีเรื่องในหัวและในใจเยอะ ร่างกายมันจะตึงเครียดตามไปด้วย ลองลุกขึ้นยืนแล้วสะบัดแขนขาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ อาจจะลองหาพื้นที่กว้างและปลอดภัยสำหรับการสะบัดตัวและกระโดดให้สุดเหวี่ยง เพื่อสลัดความคิดต่างๆ ออกไป เมื่อเลือดลมสูบฉีดเข้าร่างกายมากขึ้น สมองก็จะสดชื่นขึ้นตามไปด้วย
3. พาตัวเองไปอยู่ในที่เงียบๆ
มองหาสถานที่เงียบๆ หรือมุมสงบ และพาตัวเองไปนั่งนิ่งๆ ปิดเสียงและการแจ้งเตือนมือถือ แล้วอยู่กับตัวเองซักครู่ ก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจ
4. ออกไปรับแดด
การรับวิตามินดีจากแดดอ่อนๆ จะช่วยกระตุ้นระบบร่างกายในการสังเคราะห์สารช่วยลดความเครียดและลดความเสี่ยงการเกิดภาวะซึมเศร้าด้วย มีงานวิจัยพบว่า คนที่ได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกมีแนวโน้มจะมีสมาธิและมุมมองด้านบวกเพิ่มขึ้น
5. เล่นกับน้องหมาน้องแมว สัตว์เลี้ยงที่ชอบ หรือรดน้ำต้นไม้
การมีปฏิสัมพันธ์ เชื่อมโยงตัวเองกับธรรมชาติจะช่วยให้เราพักจากความฟุ้งซ่านต่างๆได้ ยิ่งเราได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากเท่าไร เราก็ยิ่งมีพลังในการรับมือและต่อสู้กับเรื่องยากๆ ในแต่ละวันได้ดีขึ้น
6. พักจิบเครื่องดื่มที่ชอบ
จะเป็นชา กาแฟ น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้ก็ได้ การได้กินของที่ชอบในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น ใจเย็นลง รู้สึกได้ให้รางวัลตัวเอง
7. อาบน้ำอุ่น
ข้อดีของการอาบน้ำอุ่นคือกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและปรับสมดุลให้ร่างกายสดชื่น รู้สึกมีพลังมากขึ้น นอกจากนี้น้ำอุ่นยังมีคุณสมบัติในการลดประจุบวกและเพิ่มประจุลบในอากาศตอนที่เราอาบน้ำ ทำให้เราหายใจโล่งขึ้นและรู้สึกปลอดโปร่งเมื่ออาบน้ำเสร็จ (แต่ไม่ควรอาบน้ำอุ่นนานเกิน 15 นาที เพราะจะทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณผิวหนังมากเกินไปจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ อาจทำให้เกิดอาการมึนหัวหรือเป็นลมได้)
8. จัดโต๊ะหรือทำความสะอาดห้อง
อย่าปล่อยให้สมองทำงานฟุ้งซ่านอย่างเดียว ลองลุกขึ้นขยับมือจัดและทำความสะอาดโต๊ะที่นั่งประจำหรือห้องนอนส่วนตัว การที่เราปรับโฟกัสไปที่ข้าวของเครื่องใช้สักครู่ ก็ถือเป็นการพักวิธีหนึ่งเหมือนกัน แถมเมื่อจัดเรียบร้อยแล้วเราก็จะได้สภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบและสะอาดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพจิตใจของเราด้วย
9. เขียนทุกอย่างในหัวลงกระดาษ
ในที่นี้เป็นการเขียนเพื่อระบาย ไม่ใช่เขียนเพื่อส่งงานใคร มีกฎแค่ข้อเดียวคือ “เขียนไปเรื่อยๆ” แบบไม่ต้องกลัวผิดถูก ไม่ต้องกังวลว่าจะเขียนรู้เรื่องไหม หรือจะมีใครมาตรวจให้คะแนนไหม ถ้าระหว่างที่เราเขียนเรื่องอะไรก็ตามแล้วมีความคิดหรือคำพูดอะไรแทรกขึ้นมาก็ให้เขียนคำเหล่านั้นปนลงไปในกระดาษได้เลย จะเขียนลงสมุดไดอารี่เก็บไว้หรือเขียนใส่กระดาษทดแล้วขยำทิ้งก็ได้ไม่ว่ากัน
.
.
เราเชื่อว่ามันยังมีวิธีอื่นๆ อีกมาก บางวิธีอาจทำได้ง่ายและบางวิธีก็จำเป็นต้องอาศัยเวลา ค่าใช้จ่ายหรือความช่วยเหลือจากคนอื่น ลองอนุญาตให้ตัวเองใช้ชีวิตให้ช้าลงอีกนิด หายใจเข้าออกลึกๆ แล้วค่อยๆ หาวิธีการที่เหมาะกับเรา ณ ขณะนั้นๆ
.
แต่พูดก็พูดเถอะ พวกเราน่ะ มาไกลได้ขนาดนี้แล้ว มันเยี่ยมมากๆ แล้วล่ะนะ ถ้าวันนี้ไม่ไหวก็ไม่เป็นไร ให้เวลาตัวเองตั้งหลักแป๊บนึงแล้วค่อยลุยต่อก็ได้
พวกเรา a-chieve จะเป็นกำลังใจให้นะ!
