ทำไมความเหงาทำเรา “ใจเจ็บ”

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2565 เวลา 02:49 • ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
ปกเว็บ.JPG

 

“เหงาจนใจเจ็บ” คำนี้ไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรยเฉยๆ 

แต่มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่า ความรู้สึกเหงาของมนุษย์นั้น

ไม่ได้ส่งผลต่อจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ส่งผลต่อร่างกายอีกด้วย 

.

สังเกตไหมว่า บางครั้งที่เรารู้สึกเหงา เศร้า หรืออกหัก 

เรามักจะมีอาการปวดจี๊ดๆ ที่หัวใจ มือไม้ชาอ่อนแรงตามไปด้วย 

ทั้งที่เราก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรกับร่างกาย 

อาการแบบนี้เกิดจากอะไร ?

หากเราเหงาบ่อยๆ จะอันตรายต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน 

.

บทความนี้อยากชวนทุกคนไปรู้จักวิทยาศาสตร์ของความเหงา

ที่จะทำให้ใครๆ หลายคนเข้าใจความเหงาได้มากกว่าที่เคย

.

   สมองของคนเหงา

นาโอมิ ไอเซนเบิร์ก (Naomi Eisenberger) 

รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสังคม

และ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการประสาทวิทยาทางสังคมและอารมณ์ 

ได้ทำการทดลอง โดยให้ผู้ร่วมทดลองอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกีดกันออกจากสังคมด้วยวิธีต่างๆ เพื่อสร้างความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว 

.

จากนั้นใช้เครื่องสแกนสมองแบบละเอียด fMRI (Functional MRI) 

เพื่อดูการทำงานของสมอง ผลการทดลองพบว่า 

สมองส่วนที่ถูกกระตุ้นเมื่อเกิดความรู้สึกเหงานั้น

เป็นส่วนเดียวกันกับสมองที่ตอบสนองต่อความเจ็บปวดทางร่างกาย 

.

  เหงาเพื่อวิวัฒนาการ

ไอเซนเบิร์ก สรุปผลจากการวิจัยไว้ส่วนหนึ่งว่า 

เหตุผลที่สมองทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดนั้น เพราะเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับการวิวัฒนาการ การส่งสัญญาณความเจ็บปวดทางร่างกาย

ให้เกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อเตือนว่าเรากำลังขาดการติดต่อทางสังคม

ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกเอาตัวรอดในชีวิต 

.

เพราะในอดีตการรวมตัวของมนุษย์จะทำให้ปลอดภัยจากอันตราย

ที่มาจากสิงสาราสัตว์ได้ ดังนั้นเมื่อเราเริ่มรู้สึกเหงา 

ร่างกายของเราจะตอบสนองราวกับว่าเราอยู่คนเดียว

และหลงทางในถิ่นทุรกันดารที่ล้อมรอบด้วยหมาป่า 

ความตื่นตัวที่ฝังอยู่ในระบบประสาทของเราเมื่อหลายศตวรรษก่อน

จึงมีแนวโน้มจะส่งสัญญาณความเจ็บปวดขึ้น 

.

ตำแหน่งของเส้นใยประสาทสัมผัสในสมองของเรา 

ที่ทำหน้าที่บันทึกความเจ็บปวดทางร่างกายและอารมณ์ จะทับซ้อนกัน 

นั่นหมายถึง ความเจ็บปวดทางอารมณ์ เช่น ความผิดหวัง ความเหงา 

หรือการสูญเสียความสัมพันธ์ จะทำให้เรารู้สึกเหมือนกับการถูกทำร้ายร่างกาย 

.

นั่นหมายความว่าเหตุการณ์อย่างการถูกกีดกันออกจากกลุ่มเพื่อน 

ความรู้สึกแปลกแยกในห้องเรียน การน้อยใจพ่อแม่ หรือการอกหัก 

สามารถทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายได้ 

ซึ่งมีอาการแตกต่างหลากหลาย 

เช่น บางคนอาจรู้สึกจุกแน่นเหมือนโดนผลักหน้าอกแรงๆ เป็นต้น

.


 

   วิธีรับมือกับความเหงา

“ใจผมแตกสลายหมดแล้วฮะมุงงงง” 

แม้ความเหงาจะไม่ทำให้เราถึงตาย 

แต่การไม่จัดการกับความเหงาอย่างถูกวิธี
ก็สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ 

.

นักวิจัยพบว่าความเหงาเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เท่ากับการสูบบุหรี่ 15 มวนต่อวัน 

คนเหงามีโอกาสเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร

มากกว่าคนที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีถึง 50 เปอร์เซ็นต์ 

.

ความเจ็บปวดที่เกิดจากความเหงาสามารถลดภูมิคุ้มกันของเรา 

ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคได้ 

นอกจากนี้การเจ็บปวดบ่อยๆ ยังเพิ่มการอักเสบในร่างกาย 

ซึ่งอาจนำไปสู่โรคหัวใจและภาวะสุขภาพเรื้อรังอื่นๆ 

ความเหงายังนำไปสู่ความเครียดอีกด้วย 

.

อาการเจ็บปวดจากความเหงา

ทำให้หลายคนเลือกที่จะใช้สารเสพติดหรือแอลกฮอล์เพื่อจัดการกับมัน 

ซึ่งจะยิ่งทำให้เสียสุขภาพเข้าไปอีก 

ดังนั้นเราจึงอยากนำวิธีที่จะช่วยบรรเทาความเหงา

มานำเสนอเพื่อให้ทุกคนรับมือกับความเหงากัน

.

.

1. ชวนใครสักคนไปกินข้าว 

การสนทนาบนโต๊ะอาหารช่วยทำให้เราเปิดใจกันได้มากขึ้น 
สมองของเราจะรู้ว่าเราจะไม่รับประทานอาหารร่วมกับคนที่เราคิดว่าเป็นอันตราย


 

2. แนะนำสิ่งที่เรากำลังสนใจให้กับใครสักคน

เพลิดเพลินกับหนังสือเล่มใหม่ ร้านอาหาร 

แอปพลิเคชันดีๆ เพลย์ลิสต์ของซีรีส์เรื่องโปรด 

หาจุดร่วมในบทสนทนาและกระชับความสัมพันธ์


 

3. ฝึกดูแลตัวเอง
การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ และการนอนหลับที่เหมาะสม และออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้โฟกัสตัวเองและมีพลังในการใช้ชีวิตมากขึ้น  การออกกำลังกายรับแสงแดดยังช่วยกระตุ้นเอ็นดอร์ฟินในสมองซึ่งเป็นสารที่เราเรียกว่า "ฮอร์โมนแห่งความสุข" ให้ออกมาด้วย


 

4. พูดคุยกับเพื่อนและครอบครัว 

เพื่อบอกให้รู้ว่าเรากำลังประสบกับความเหงา 


 

5. หาโอกาสออกไปทำกิจกรรมในสังคมใหม่ ที่ใหม่

การออกไปหากิจกรรมอย่างการเป็นอาสาสมัคร ออกค่ายอาสา 

เข้าชมรม หรือเข้าร่วมกิจกรรมออนไลน์กับกลุ่มคนใหม่ๆ 

ช่วยให้เรามีเพื่อน เปิดโอกาสการเชื่อมต่อกับสังคม 

ทำให้เราภูมิใจในตัวเอง และอาจพบกับโอกาสใหม่ๆ ในชีวิตด้วย

.

.

.

ในโลกที่โซเชียลมีเดียทำให้เรามีเพื่อนนับพันอยู่เพียงปลายนิ้ว 

แต่ก็ทำให้เราเห็นแล้วว่าจำนวนคนมากๆ

ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราเหงาน้อยลง 

ในขณะที่การมีคนรอบตัวมากมาย

แต่เราไม่สามารถเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งได้

ก็ทำให้เรายิ่งรู้สึกเหงามากขึ้นเหมือนกัน 

.

ปริมาณเพื่อนจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าคุณภาพของความสัมพันธ์ 

ดังนั้น เมื่อเรารู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว 

เราจะต้องรับรู้อารมณ์และยอมรับว่าเรากำลังเหงาและต้องการอะไร 

หากเรารู้สึกเหงาแต่โอเคที่จะอยู่คนเดียวสักพัก 

ไม่ต้องการออกไปพบเจอใคร ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลก 

.

อย่างไรก็ตาม หมั่นสำรวจอาการว่าความเหงา

และการแยกตัวอยู่คนเดียวนั้นกินเวลายาวนานแค่ไหน 

.

*** หากนานเกินสองสัปดาห์

ควรพบจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำ 

และอย่าลืมหันมองคนข้างๆ ที่รอคอยจะช่วยสนับสนุนเรา

ให้ออกมาจากโลกความเหงาด้วยนะ



 

แหล่งอ้างอิง

 

 


avatar-ผู้เขียน
พัชรพร ศุภผล ผู้เขียน

ใช้แมวเป็นวิตามิน มีร้านหนังสือและแกลอรี่อาร์ตเป็นพื้นที่ปลอดภัย รักเจ้าชายน้อยและคิดว่าตัวเองก็คงมาจากดาวb612 เช่นกัน

avatar-นักออกแบบภาพ
Kidsun นักออกแบบภาพ

อยากเกิดใหม่เป็นเป็ด จะได้เป็น เป็ดปักกิ่ง

Tag :