“เหงาจนใจเจ็บ” คำนี้ไม่ใช่แค่คำเปรียบเปรยเฉยๆ
แต่มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่า ความรู้สึกเหงาของมนุษย์นั้น
ไม่ได้ส่งผลต่อจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ส่งผลต่อร่างกายอีกด้วย
.
สังเกตไหมว่า บางครั้งที่เรารู้สึกเหงา เศร้า หรืออกหัก
เรามักจะมีอาการปวดจี๊ดๆ ที่หัวใจ มือไม้ชาอ่อนแรงตามไปด้วย
ทั้งที่เราก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรกับร่างกาย
อาการแบบนี้เกิดจากอะไร ?
หากเราเหงาบ่อยๆ จะอันตรายต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน
.
บทความนี้อยากชวนทุกคนไปรู้จักวิทยาศาสตร์ของความเหงา
ที่จะทำให้ใครๆ หลายคนเข้าใจความเหงาได้มากกว่าที่เคย
.
สมองของคนเหงา
นาโอมิ ไอเซนเบิร์ก (Naomi Eisenberger)
รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสังคม
และ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการประสาทวิทยาทางสังคมและอารมณ์
ได้ทำการทดลอง โดยให้ผู้ร่วมทดลองอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกีดกันออกจากสังคมด้วยวิธีต่างๆ เพื่อสร้างความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว
.
จากนั้นใช้เครื่องสแกนสมองแบบละเอียด fMRI (Functional MRI)
เพื่อดูการทำงานของสมอง ผลการทดลองพบว่า
สมองส่วนที่ถูกกระตุ้นเมื่อเกิดความรู้สึกเหงานั้น
เป็นส่วนเดียวกันกับสมองที่ตอบสนองต่อความเจ็บปวดทางร่างกาย
.
เหงาเพื่อวิวัฒนาการ
ไอเซนเบิร์ก สรุปผลจากการวิจัยไว้ส่วนหนึ่งว่า
เหตุผลที่สมองทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดนั้น เพราะเป็นสิ่งสำคัญ
สำหรับการวิวัฒนาการ การส่งสัญญาณความเจ็บปวดทางร่างกาย
ให้เกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อเตือนว่าเรากำลังขาดการติดต่อทางสังคม
ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกเอาตัวรอดในชีวิต
.
เพราะในอดีตการรวมตัวของมนุษย์จะทำให้ปลอดภัยจากอันตราย
ที่มาจากสิงสาราสัตว์ได้ ดังนั้นเมื่อเราเริ่มรู้สึกเหงา
ร่างกายของเราจะตอบสนองราวกับว่าเราอยู่คนเดียว
และหลงทางในถิ่นทุรกันดารที่ล้อมรอบด้วยหมาป่า
ความตื่นตัวที่ฝังอยู่ในระบบประสาทของเราเมื่อหลายศตวรรษก่อน
จึงมีแนวโน้มจะส่งสัญญาณความเจ็บปวดขึ้น
.
ตำแหน่งของเส้นใยประสาทสัมผัสในสมองของเรา
ที่ทำหน้าที่บันทึกความเจ็บปวดทางร่างกายและอารมณ์ จะทับซ้อนกัน
นั่นหมายถึง ความเจ็บปวดทางอารมณ์ เช่น ความผิดหวัง ความเหงา
หรือการสูญเสียความสัมพันธ์ จะทำให้เรารู้สึกเหมือนกับการถูกทำร้ายร่างกาย
.
นั่นหมายความว่าเหตุการณ์อย่างการถูกกีดกันออกจากกลุ่มเพื่อน
ความรู้สึกแปลกแยกในห้องเรียน การน้อยใจพ่อแม่ หรือการอกหัก
สามารถทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายได้
ซึ่งมีอาการแตกต่างหลากหลาย
เช่น บางคนอาจรู้สึกจุกแน่นเหมือนโดนผลักหน้าอกแรงๆ เป็นต้น
.
วิธีรับมือกับความเหงา
“ใจผมแตกสลายหมดแล้วฮะมุงงงง”
แม้ความเหงาจะไม่ทำให้เราถึงตาย
แต่การไม่จัดการกับความเหงาอย่างถูกวิธี
ก็สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้
.
นักวิจัยพบว่าความเหงาเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เท่ากับการสูบบุหรี่ 15 มวนต่อวัน
คนเหงามีโอกาสเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร
มากกว่าคนที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีถึง 50 เปอร์เซ็นต์
.
ความเจ็บปวดที่เกิดจากความเหงาสามารถลดภูมิคุ้มกันของเรา
ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคได้
นอกจากนี้การเจ็บปวดบ่อยๆ ยังเพิ่มการอักเสบในร่างกาย
ซึ่งอาจนำไปสู่โรคหัวใจและภาวะสุขภาพเรื้อรังอื่นๆ
ความเหงายังนำไปสู่ความเครียดอีกด้วย
.
อาการเจ็บปวดจากความเหงา
ทำให้หลายคนเลือกที่จะใช้สารเสพติดหรือแอลกฮอล์เพื่อจัดการกับมัน
ซึ่งจะยิ่งทำให้เสียสุขภาพเข้าไปอีก
ดังนั้นเราจึงอยากนำวิธีที่จะช่วยบรรเทาความเหงา
มานำเสนอเพื่อให้ทุกคนรับมือกับความเหงากัน
.
.
1. ชวนใครสักคนไปกินข้าว
การสนทนาบนโต๊ะอาหารช่วยทำให้เราเปิดใจกันได้มากขึ้น
สมองของเราจะรู้ว่าเราจะไม่รับประทานอาหารร่วมกับคนที่เราคิดว่าเป็นอันตราย
2. แนะนำสิ่งที่เรากำลังสนใจให้กับใครสักคน
เพลิดเพลินกับหนังสือเล่มใหม่ ร้านอาหาร
แอปพลิเคชันดีๆ เพลย์ลิสต์ของซีรีส์เรื่องโปรด
หาจุดร่วมในบทสนทนาและกระชับความสัมพันธ์
3. ฝึกดูแลตัวเอง
การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ และการนอนหลับที่เหมาะสม และออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้โฟกัสตัวเองและมีพลังในการใช้ชีวิตมากขึ้น การออกกำลังกายรับแสงแดดยังช่วยกระตุ้นเอ็นดอร์ฟินในสมองซึ่งเป็นสารที่เราเรียกว่า "ฮอร์โมนแห่งความสุข" ให้ออกมาด้วย
4. พูดคุยกับเพื่อนและครอบครัว
เพื่อบอกให้รู้ว่าเรากำลังประสบกับความเหงา
5. หาโอกาสออกไปทำกิจกรรมในสังคมใหม่ ที่ใหม่
การออกไปหากิจกรรมอย่างการเป็นอาสาสมัคร ออกค่ายอาสา
เข้าชมรม หรือเข้าร่วมกิจกรรมออนไลน์กับกลุ่มคนใหม่ๆ
ช่วยให้เรามีเพื่อน เปิดโอกาสการเชื่อมต่อกับสังคม
ทำให้เราภูมิใจในตัวเอง และอาจพบกับโอกาสใหม่ๆ ในชีวิตด้วย
.
.
.
ในโลกที่โซเชียลมีเดียทำให้เรามีเพื่อนนับพันอยู่เพียงปลายนิ้ว
แต่ก็ทำให้เราเห็นแล้วว่าจำนวนคนมากๆ
ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราเหงาน้อยลง
ในขณะที่การมีคนรอบตัวมากมาย
แต่เราไม่สามารถเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งได้
ก็ทำให้เรายิ่งรู้สึกเหงามากขึ้นเหมือนกัน
.
ปริมาณเพื่อนจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่าคุณภาพของความสัมพันธ์
ดังนั้น เมื่อเรารู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว
เราจะต้องรับรู้อารมณ์และยอมรับว่าเรากำลังเหงาและต้องการอะไร
หากเรารู้สึกเหงาแต่โอเคที่จะอยู่คนเดียวสักพัก
ไม่ต้องการออกไปพบเจอใคร ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลก
.
อย่างไรก็ตาม หมั่นสำรวจอาการว่าความเหงา
และการแยกตัวอยู่คนเดียวนั้นกินเวลายาวนานแค่ไหน
.
*** หากนานเกินสองสัปดาห์
ควรพบจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำ
และอย่าลืมหันมองคนข้างๆ ที่รอคอยจะช่วยสนับสนุนเรา
ให้ออกมาจากโลกความเหงาด้วยนะ
แหล่งอ้างอิง
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/the-case-connection/202203/how-does-the-brain-react-loneliness
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/what-mentally-strong-people-dont-do/201901/can-you-die-loneliness
- https://www.cigna.com/individuals-families/health-wellness/how-to-deal-with-loneliness