รู้จัก GED ทางลัดจบม.ปลาย ฉบับเข้าใจง่าย!
อยากจบ ม.6 ไว ไม่อยากเรียนนาน 3 ปี GED ช่วยน้อง ๆ ได้
พี่ a-chieve ชวนน้อง ๆ มารู้จักการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (วุฒิม.6)ระดับนานาชาติ ที่สอบผ่านปุ๊บ ก็รับวุฒิม.6 ไปได้เลย
GED คืออะไร
GED หรือชื่อเต็ม General Educational Development คือ การสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ตามหลักสูตรของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก รวมถึงจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยด้วย นั่นจึงหมายความว่า ไม่ว่าน้องๆ จะเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ 5 ถ้าน้อง ๆ สามารถสอบ GED ผ่าน = ได้วุฒิม.6 ไปใช้ยื่นมหาวิทยาลัยต่อได้เลย
GED สอบอะไรบ้าง
การสอบประกอบด้วย 4 รายวิชา หลัก ประกอบไปด้วย
- Mathematical Reasoning เน้นพื้นฐานคณิตศาสตร์ พีชคณิต เรขาคณิต และการคิดวิเคราะห์จากกราฟ
- Reasoning Through Language Arts (RLA)เน้นการอ่านจับใจความ การเขียน Essay และไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
- Science เน้นการอ่านและวิเคราะห์บทความทางวิทยาศาสตร์และกราฟข้อมูล
- Social Studies เน้นความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครอง และเศรษฐศาสตร์
โดยข้อสอบจะออกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ทำให้นอกจากการเตรียมองค์ความรู้ด้านวิชาการแล้ว น้อง ๆ จำเป็นต้องเตรียมฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษของตัวเองอีกด้วย
ใครสอบได้บ้าง
น้องๆ ที่มีอายุ 16-18 ปี สามารถสมัครสอบได้ โดยน้องๆ ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีจะต้องมีจดหมายยินยอมจากผู้ปกครอง (Consent Form)ก่อน
จัดสอบที่ไหน
ปัจจุบัน GED มีศูนย์สอบในกรุงเทพฯ และในบางจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี ตาก ภูเก็ต ฯลฯ โดยสามารถค้นหาพิกัดศูนย์สอบที่ใกล้บ้านที่สุดได้ง่าย ๆ เพียงค้นหาคำว่า "GED Test Center" ใน Google หรือเช็กผ่านแผนที่ในเว็บไซต์ ged.com ตอนจองรอบสอบได้เลย
ข้อดีของการสอบ GED
1. ประหยัดเวลาในการเรียนม.ปลาย
น้องๆ สามารถเรียนจบ ม.6 ได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี (ถ้าสอบผ่านครบทุกวิชา) ทำให้มีเวลาไปเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยหรือไปทำตามความฝันอื่น ๆ ได้เร็วขึ้น
2. เลือกเวลาสอบเองได้
GED เปิดให้จองสอบได้เกือบทุกวันตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องสอบรวดเดียว 4 วิชาในวันเดียว แต่สามารถเลือกสอบวิชาที่พร้อมก่อนได้ ไม่มีลำดับก่อนหลังกำหนดตายตัว
3. มีโอกาสสอบซ่อม
ถ้าสอบวิชาไหนไม่ผ่าน น้องสามารถ จองสอบใหม่เฉพาะวิชานั้น ได้ทันที (ตามเกณฑ์ระยะเวลาที่กำหนด) ไม่ต้องรอสอบใหม่ปีหน้า และคะแนนที่ออกมาจะโชว์เฉพาะครั้งที่ผ่านเท่านั้น
4. ประตูสู่คณะอินเตอร์และต่างประเทศ
วุฒิ GED ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง สามารถยื่นเข้าคณะอินเตอร์ (International Programs) ได้เกือบทุกมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาฯ, ธรรมศาสตร์, มหิดล, เกษตรศาสตร์ ฯลฯ รวมถึงใช้สมัครมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และอีกหลายประเทศทั่วโลกได้เลย
ข้อจำกัดของการสอบ GED
1. มีข้อจำกัดในการเข้าบางคณะ
แม้กระทรวงศึกษาธิการจะรับรองวุฒิ แต่บางคณะในมหาวิทยาลัยไทยอาจยังไม่รับวุฒิ GED เข้าศึกษา วิธีเช็กคือให้น้อง ๆ ดูในระเบียบการรับสมัครว่าระบุคำว่า "รับผู้จบ ม.6 หรือเทียบเท่า" หรือไม่ ถ้ามีคำว่า "เทียบเท่า" ส่วนใหญ่จะยื่น GED ได้
2. ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
การสอบ GED มีค่าใช้จ่ายวิชาละประมาณ 2,700 - 2,900 บาท (สอบ 4 วิชา รวมประมาณ 11,000 บาท++)
3. พื้นฐานความรู้บางวิชาอาจไม่แน่นพอ
เนื่องจาก GED เน้นการอ่านวิเคราะห์และทักษะการคิด (Reasoning) เป็นหลัก ทำให้น้อง ๆ ที่สอบ GED อาจจะไม่ได้เรียนเนื้อหาลงลึกเท่าเพื่อนในโรงเรียน เช่น คณิตศาสตร์: อาจไม่ได้เรียนแคลคูลัสแบบเจาะลึก วิทยาศาสตร์ ไม่ได้แยกเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา แบบละเอียด เมื่อเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยปี 1 น้องอาจจะต้องเหนื่อยกว่าเพื่อนในการปรับตัวกับวิชาพื้นฐานที่เข้มข้น
4. แรงกดดันจากการ "ไม่ได้เรียนในระบบ"
เมื่อน้องเลือกสอบ GED นั่นหมายความว่าน้องจะไม่มี "เกรดเฉลี่ย (GPAX)" จากโรงเรียน ซึ่งในระบบ TCAS ของไทย บางรอบ (เช่น รอบ 2 หรือ 3) มักจะใช้ GPAX เป็นส่วนหนึ่งของคะแนนตัดสิน ทำให้น้อง เสียสิทธิ์ ในการสมัครบางโครงการที่บังคับใช้เกรดจากโรงเรียน 6 เทอม
5. สังคมเพื่อนและกิจกรรมในโรงเรียนหายไป
การสอบ GED ตั้งแต่อายุ 16 ทำให้ช่วงเวลาชีวิตมัธยมปลาย (กีฬาสี, กิจกรรมชมรม) หายไป ซึ่งเป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาซื้อไม่ได้ บางคนอาจจะรู้สึกเหงาหรือเคว้งคว้างในช่วงที่เพื่อนคนอื่นยังไปโรงเรียน
การสอบ GED จึงมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่รอให้น้องๆ ศึกษาก่อนตัดสินใจ แต่ไม่ว่าน้อง ๆ จะเลือกเส้นทางไหน พี่ a-chieve ก็เป็นกำลังใจให้เสมอในทุก ๆ เส้นทางของน้อง ๆ นะคะ
